ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ โรงแรมเล็ก

BOH1-02 : นับถอยหลังก่อนเปิดโรงแรม ต้องทำอะไรบ้าง

โรงแรมที่พักขนาดเล็ก รวมทั้งโฮสเทลในบ้านเรามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ในด้านหนึ่งก็เป็นการเพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นการเพิ่มการแข่งขันระหว่างกันเองในธุรกิจเช่นเดียวกัน เพราะฉนั้นคุณภาพของสินค้าและบริการจึงต้องให้ความสนใจให้มากขึ้น เพื่อที่คุณจะไม่ต้องออกจากธุรกิจด้วยความรวดเร็วจนเกินไปนัก โรงแรมที่พักขนาดเล็กที่เปิดใหม่ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่สร้างใหม่ หรือเป็นโครงการที่นำอาคารเก่ามาปรับปรุงใหม่ ที่ใช้เวลาตั้งแต่ 4-8 เดือนในการก่อสร้างและปรับปรุงอาคาร จริง ๆ แล้วเป็นเวลาที่สั้นมาก ๆ ในการเตรียมงานก่อนเปิดในด้านต่างๆ เพราะฉนั้นควรจะวางแผนการทำงานให้ดี ๆ เรียงลำดับความจำเป็นของงาน และความเร่งด่วนของงาน หลักๆ คือแบ่งงานออกเป็น 4 เรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ 1) งานด้านเตรียมการเปิด ได้แก่ การเตรียมข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้ในโครงการทั้งหมด ทั้งในส่วนที่ทีมงานต้องใช้ในการทำงาน และในส่วนที่ให้บริการลูกค้า ลองไล่เรียงไปแต่ละแผนกว่ามีเครื่องมือเครื่องใช้อะไรบ้างที่จำเป็นต้องใช้ คุณจะเห็นรายการต่างๆมากมาย และนี่ก็คือค่าใ...

เปลี่ยนผ่านที่แตกต่าง

สำ หรับโครงการสร้างใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโฮสเทล บูติกโฮเต็ล โรงแรม หรือรีสอร์ท สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับโครงการก่อสร้างอื่นๆ คือช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างโครงการก่อสร้าง มาเป็นโรงแรมที่พักที่พร้อมให้บริการต้อนรับลูกค้า สิ่งที่ควรทำความเข้าใจเพื่อให้เห็นภาพตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างโครงการคือ ลำดับช่วงเวลา และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ไปจนถึงภาพต่างๆที่จะได้เห็นร่วมกัน  ทั้งทีมผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าของโครงการ และทีมงาน เพื่อให้ทุกฝ่ายตระหนักในหน้าที่และกรอบเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อให้โครงการสำเร็จตามกำหนดและตามเป้าหมายที่วางไว้ ยกตัวอย่างเช่น โครงการก่อสร้าง 8 เดือน แบ่งเป็น - งานฐานราก 2 เดือน - งานโครงสร้างสถาปัตยกรรมพื้นที่ส่วน A  รวม 2 เดือน - ห้องตัวอย่าง (เลือกพื้นที่และห้องที่ต้องการใช้เป็นห้องตัวอย่าง) ภายในเดือนที่ 4 เพื่อให้ทางทีมขายและทีมการตลาดสามารถเตรียมงานด้านการขายและการตลาดได้อย่างเต็มที่ มีเวลาแนะนำโครงการให้กับคู่ค้าต่างๆได้อย่างทั่วถึง - พื้นที่ส่วนสำนักงาน (BOH - Back of the House) เป็นลำดับต่อมา อาจเป็นเดือนที่ 5 เพื่อเตรียมรับสมัครงาน เตรีย...

เข้าและออก บริหารให้เป็น

เงินไหลเข้า และเงินไหลออกของธุรกิจโรงแรมที่พักขนาดเล็ก บางครั้งเราอาจละเลยเพราะเป็นรายการเล็กๆ ทีละนิดทีละหน่อย และไม่มีการจดบันทึกกันอย่างสม่ำเสมอและเป็นระบบ ทำให้ตัวเลขต่างๆ โดยเฉพาะทางด้านค่าใช้จ่ายถูกจัดเก็บอย่างไม่ครบถ้วน ถ้าเราหัดทำรายรับ รายจ่ายอย่างละเอียดและเป็นระบบ จะทำให้เราเข้าใจกลไก และวงจรทางการเงินของธุรกิจเรา และจะช่วยให้การบริหารสภาพคล่องมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การหารายได้แค่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน หากแต่มีเงินสำรองเผื่อในกรณีฉุกเฉินหรือเหตุการ์ณที่เราไม่สามารถคาดการ์ณล่วงหน้าได้ การเงินของธุรกิจโรงแรมก็เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ คือขาเข้า และขาออก  แต่เราควรมาทำความเข้าใจว่า "ขาเข้า" ของเราประกอบด้วยอะไรบ้าง แหล่งที่มาของรายได้แต่ละรายการมาจากไหน ความถี่ หรือรอบของรายได้ขาเข้าเป็นอย่างไร ซึ่งก็ต้องไล่ย้อนไปถึงเรื่องการตลาด ช่องทางการขายที่เราได้ไปบุกเบิก ทำการตลาดในตลาดต่างๆว่ามีตลาดอะไรบ้าง เงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นอย่างไร  ลองมาดูคร่าวๆกันว่าแหล่งที่มาของรายได้ของโรงแรมมาจากไหน 1) การจองห้องพักโดยตรงกับโรงแรม ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์ อีเ...

วางแผนการใช้จ่าย

การจัดการด้านการเงินของโรงแรมที่พักขนาดเล็ก ไม่ว่าจะกี่ห้อง 4 ห้อง 15 ห้อง 35 ห้อง เป็นสิ่งจำเป็น อย่าไปคิดว่าโรงแรมที่พักขนาดเล็กไม่มีความจำเป็นต้องจัดทำงบประมาณ วางแผนค่าใช้จ่าย  ต้องแยกประเด็นให้ถูกเวลาเราพูดถึงจัดทำงบประมาณ  อย่าไปกังวลกับรูปแบบว่าจะต้องมีรูปแบบตารางเหมือนเช่นกับโรงแรมขนาดใหญ่  เจ้าของกิจการหลายท่านมักมีข้อกังวลตรงนี้ เพราะเวลาเข้าร่วมสัมนาหรือไปฟังบรรดาผู้รู้ทั้งหลายอธิบาย แล้วนำตัวอย่างตาราง หรือรายงานของโรงแรมขนาดใหญ่มาแสดงให้ดู  ก็เลยถอดใจตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น   เปลี่ยนความคิดใหม่ และเริ่มจากในสิ่งที่เราทำได้ในแบบของเรา แล้วค่อยๆพัฒนาให้มีความละเอียดมากขึ้น การนั่งดูแต่รายรับหรือขาเข้าที่เข้ามาในแต่ละวัน โดยที่ไม่เคยมีการจัดระเบียบทั้งฝั่งค่าใช้จ่าย หรือขาออก เมื่อกิจการเติบโตมากขึ้น ความสลับซับซ้อน หรือจำนวนรายการก็จะมากขึ้น แต่ถ้าเราจัดหมวดหมู่รายการให้เป็นกลุ่มเป็นประเภทให้ชัดเจน เพื่อที่เราจะได้รู้สถานะของเรา จะทำให้เราสามารถบริหารจัดการ และรู้ได้ว่า ตรงไหนเราจะสามารถปรับ ตัด ลดได้โดยไม่กระทบกับส่วนอื่นๆของโรงแรม อาจจะเริ่มจากง่า...

สื่อสาร ส่งข่าว เล่าเรื่อง

การพัฒนาการสื่อสารที่ดีสำหรับโรงแรมที่พักขนาดเล็ก สามารถเริ่มสร้าง วางแนวทาง และลงมือทำได้ตั้งแต่โครงการกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างไปจนถึงโรงแรมเปิดให้บริการ สิ่งที่ควรตั้งข้อสังเกตและพิจารณาให้รอบคอบ 1) การเลือกช่องทางการสื่อสารให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย             จะเลือกช่องทางการสื่อสารอย่างไร คงต้องย้อนกลับไปดูว่าโครงการวางกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นใคร อยู่กลุ่มไหน และกลุ่มเป้าหมายนั้นมีพฤติกรรมอย่างไร ชอบและไม่ชอบอะไร ช่องทางการสื่อสารที่กลุ่มนี้เลือกใช้เป็นประเภทไหน เช่น ผ่านสื่อโซเชียล ผ่านแม๊กกาซีนชั้นนำต่างๆ ผ่านแคมเปญทางการตลาด ผ่านเว็บไซด์โดยตรงของธุรกิจ เป็นต้น 2) แนวทางการนำเสนออย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน และมีความต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ              แนวทางการนำเสนอ หากเป็นโครงการสร้างใหม่ เพิ่งเริ่มต้น เราควรกำหนดกรอบระยะเวลาว่าในแต่ละช่วงเราอยากให้ลูกค้ารู้จักและรับรู้เราในแบบไหน มากน้อยอย่างไร แล้วค่อยๆเพิ่มน้ำหนักหรือรายละเอียดของโครงการเข้าไปทีละเล็กละน้อย แต่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง จนถึงเวลา...

สร้างตัวตน

จะสร้างโรงแรมแบบไหนดี ? จะสร้างโรงแรมสไตล์ไหนดี ? ประโยคที่มักเป็นคำถามยอดฮิตติดอันดับตลอดกาลสำหรับผู้สนใจลงทุนในธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กเพื่อเติมเต็มความฝันของตนเอง สิ่งที่มักจะแนะนำให้ลองคิด ทบทวน และตอบคำถามในเบื้องต้นก่อนคือ "ทำไปทำไม ทำเพื่ออะไร และทำเพื่อใคร" ส่วนคำตอบที่ได้ก็มีหลากหลายทั้งในเรื่องการเงิน ชื่อเสียง ความฝัน ความชอบส่วนตัว และก็มักจะชวนให้คิดต่อไปอีกว่า "แล้วถ้าไม่ทำ หรือไม่ลงทุนในธุรกิจนี้ จะนำเงินไปลงทุนประเภทอื่นๆได้หรือไม่ โอกาสเป็นอย่างไร " เพื่อเปรียบเทียบหาข้อดี ข้อเสีย โอกาสและช่องทางอื่นๆ แต่ถ้าตกลงปลงใจว่าจะลงมือทำแน่ๆ คงต้องหันมา "สร้างตัวตน" ที่ชัดเจนและแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่ในท้องตลาด และคำถามที่ผู้ลงทุนมักจะตอบแบบกระอักกระอ่วน หรือยังขาดความชัดเจนในตัวเอง ก็คือ "ทำไมลูกค้าต้องมาพักที่โรงแรมคุณ"  เพราะในคำตอบมีแต่คำว่า "ก็ฉันอยากจะทำ" "ก็ฉันอยากจะสร้าง" ดังนั้นทิศทางในการพัฒนาตัวสินค้าและบริการของโครงการโดยส่วนใหญ่จึงมักจะตั้งต้นมาจาก ความชอบในงานสถาปัตยกรรมหรือรสนิยมส่วนตัวในการตกแต่งภา...

ต้นทุนต่างกัน

การสร้างโรงแรมที่พักขนาดเล็กแต่ละโครงการล้วนมีต้นทุนที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการสร้างใหม่ การปรับปรุงอาคารเก่า หรือการลงทุนร่วมกัน  เมื่อแต่ละโครงการมีความแตกต่างกันด้วยปัจจัยตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มลงทุน ดังนั้นแต่ละโครงการย่อมมีต้นทุนที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ โครงการ A  มีที่ดินมรดกจากครอบครัว ใช้เงินทุนส่วนตัวในการก่อสร้างและเตรียมเปิดดำเนินการ  กับโครงการ B เช่าที่ดินระยะยาว และใช้เงินกู้ส่วนหนึ่งจากสถาบันการเงินในการสนับสนุนการก่อสร้าง เป็นต้น ดังนั้นการจะเปรียบเทียบโครงการหนึ่งกับอีกโครงการหนึ่ง จึงควรเปรียบเทียบภายใต้สมมติฐานที่ใกล้เคียงกันเพื่อจะได้เห็นความแตกต่าง จุดเด่น จุดด้อย ความสามารถในการแข่งขัน ไปจนถึงความสามารถในการก่อรายได้ เมื่อคุณสนใจที่จะพัฒนาโครงการขึ้นมาโครงการหนึ่ง สิ่งที่ควรจะพิจารณาให้ถี่ถ้วน คือ "ต้นทุน" ของคุณว่ามีอะไรบ้าง และมีจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ คุณมีความสามารถในการบริหารจัดการและดูแลในภายภาคหน้าอย่างไร การมุ่งแต่จะพึ่งพาสถาบันการเงินในสัดส่วนที่สูง หรือมีความเสี่ยงมาก แน่นอน ต้นทุนของคุณก็มีสูงกว่าเมื่อเทียบกับโครงการที่พึ่...

ตอนที่ 3 - คิดให้ดี

สองตอนที่ผ่านไปคือคิดให้ครบและคิดให้เป็น(เรื่องเดียวกัน) ตอนนี้แนะนำให้ "คิดให้ดี" สำหรับผู้ที่สนใจจะทำธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก คิดให้ดี  หมายถึงการคิดไตร่ตรองให้รอบคอบ ใช้เวลาพิจารณาในเรื่องต่างๆให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากการทำโครงการไม่ว่าขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ล้วนมีอายุของโครงการที่เราจะอยู่กับโครงการไปตลอด ดังนั้นในเรื่องความพร้อมในด้านต่างๆจึงเป็นอีกประเด็นที่ไม่ควรหลีกเลี่ยง หรือคิดเข้าข้างตัวเองว่าค่อยไปว่ากันข้างหน้า ข้อคิดที่อยากจะแนะนำในเรื่อง "คิดให้ดี" ได้แก่ (1) เงินลงทุน  เวลาพูดถึงเงินลงทุนให้คำนึงถึง 3 ส่วน ดังนี้ 1.1. เงินที่ต้องใช้ก่อนเริ่มโครงการ 1.2 เงินที่ต้องใช้ในการก่อสร้าง 1.3 เงินที่ต้องใช้ในการเตรียมการเปิดโรงแรม บางครั้งเจ้าของโครงการมักจะพูดรวมๆและให้น้ำหนักไปในเรื่องการก่อสร้างเป็นส่วนใหญ่ แต่ในความเป็นจริงค่าใช้จ่ายในข้อ 1.1 และ 1.3 ก็คิดเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน รายจ่ายเหล่านี้เช่นอะไรบ้าง ค่าออกแบบของสถาปนิก ค่าออกแบบของอินทีเรีย ค่าจดทะเบียนบริษัท ค่าจ้างพนักงานประจำสำนักงานเพื่อเดินเรื่องเอกสารติดต่อกับทางราชกา...

ตอนที่ 2 - คิดให้เป็นเรื่องเดียวกัน

การสร้างโรงแรมที่พักใหม่ ทั้งการสร้างอาคารใหม่ หรือการปรับปรุงอาคารเก่า ควรสร้างกรอบแนวคิดหลักให้ครอบคลุมไม่เฉพาะแต่ตัวอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง แต่ควรตั้งต้นแนวคิดจากภาพรวมของโครงการทั้งหมดโดยกำหนดให้เป็นกรอบแนวคิดใหญ่ที่จะใช้เป็นหลักในการวางแนวคิดต่อไปยังส่วนต่างๆของโครงการ แนวคิดหลักที่อยากแนะนำให้อาจเริ่มต้นจาก 4 ด้านใหญ่ๆ ได้แก่ 1) ลักษณะคุณสมบัติของโครงการ หรือคล้ายๆกับ ลักษณะของแบรนด์นั่นเอง ลองนึกคำที่เราต้องการว่าเราต้องการให้โครงการของเรามีลักษณะหรือ character อย่างไร มีบุคคลิกแบบไหน ใช้คำสั้นๆ ไม่ต้องเป็นแบบบรรยายพรรณาโวหาร เพื่อให้กระชับเข้าใจง่าย 2) สินค้าและบริการ  เราจะมีอะไรบริการกับลูกค้าบ้าง มีห้องพัก ห้องอาหาร ร้านกาแฟและเบเกอรี่ มีสปา มีห้องออกกำลังกาย มีบริการที่จอดรถ มีบริการรับส่งจากสนามบิน เป็นต้น  และลองคิดคำว่า บริการที่เราต้องการจะให้แก่ลูกค้าเหล่านี้จะมีรูปแบบ ลักษณะอย่างไร เช่น บริการต้องไม่ยุ่งยาก ซ้ำซ้อน เพื่อให้ลูกค้าไม่หงุดหงิดกับขั้นตอนในการใช้บริการ เป็นต้น 3) อยากให้ลูกค้ามองเราในแบบไหน  ลองจินตนาการว่าเมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้ว เราอย...

ตอนที่ 1 - คิดให้ครบ

สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง (ต่ำกว่า 79 ห้อง) การฝึกตนเองให้คิดให้ครบในด้านต่างๆ จะช่วยให้คุณมองภาพได้อย่างรอบด้านมากขึ้น  เราลองมาดูว่า เราจะฝึกตัวเราให้คิดให้ครบได้อย่างไรบ้าง ผู้ที่ต้องการจะลงทุนในธุรกิจโรงแรมโดยส่วนใหญ่ มักจะตั้งต้นกระบวนการทางความคิดจากรูปแบบ การออกแบบว่าจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร ใช้สีสันประมาณไหน หรือตกแต่งในสไตล์อะไร โดยจะมีความคิดในด้านนี้อย่างเด่นชัด เนื่องจากเป็นความชอบ หรือรสนิยมส่วนตัว และอาจคิด(ไปเอง)ว่าหากเราทำโรงแรมในแบบนี้แล้ว จะมีคนชอบเช่นเดียวกับที่เราชอบ  ดังนั้นพื้นที่ทางความคิดจึงกินอาณาเขตในเรื่องการออกแบบไปค่อนข้างมาก การคิดให้ครบสำหรับกรณีโครงการสร้างใหม่ นอกเหนือจากเรื่องการออกแบบ การตกแต่งภายในตามที่ต้องการแล้ว ยังมีด้านอื่นๆที่อยากแนะนำให้คิดทบทวนและพิจารณาให้ถี่ถ้วน ได้แก่ 1) เรื่องเงินทุน  ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องงบประมาณในการก่อสร้าง แต่ควรขยายกรอบความคิดให้ครอบคลุมไปถึงเรื่อง งบประมาณในการใช้จ่ายในเรื่องอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ภายในโรงแรมประจำแผนกต่างๆ งบประมาณในการว่าจ้างพนักงาน งบประมาณในก...