ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เปลี่ยนผ่านที่แตกต่าง

สำ หรับโครงการสร้างใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโฮสเทล บูติกโฮเต็ล โรงแรม หรือรีสอร์ท สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับโครงการก่อสร้างอื่นๆ คือช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างโครงการก่อสร้าง มาเป็นโรงแรมที่พักที่พร้อมให้บริการต้อนรับลูกค้า

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจเพื่อให้เห็นภาพตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างโครงการคือ ลำดับช่วงเวลา และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ไปจนถึงภาพต่างๆที่จะได้เห็นร่วมกัน  ทั้งทีมผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าของโครงการ และทีมงาน เพื่อให้ทุกฝ่ายตระหนักในหน้าที่และกรอบเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อให้โครงการสำเร็จตามกำหนดและตามเป้าหมายที่วางไว้

ยกตัวอย่างเช่น โครงการก่อสร้าง 8 เดือน แบ่งเป็น
- งานฐานราก 2 เดือน
- งานโครงสร้างสถาปัตยกรรมพื้นที่ส่วน A  รวม 2 เดือน
- ห้องตัวอย่าง (เลือกพื้นที่และห้องที่ต้องการใช้เป็นห้องตัวอย่าง) ภายในเดือนที่ 4 เพื่อให้ทางทีมขายและทีมการตลาดสามารถเตรียมงานด้านการขายและการตลาดได้อย่างเต็มที่ มีเวลาแนะนำโครงการให้กับคู่ค้าต่างๆได้อย่างทั่วถึง
- พื้นที่ส่วนสำนักงาน (BOH - Back of the House) เป็นลำดับต่อมา อาจเป็นเดือนที่ 5 เพื่อเตรียมรับสมัครงาน เตรียมทีมปฎิบัติการในส่วนต่างๆของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นส่วนห้องพัก แม่บ้าน ช่าง สวน ไปจนถึงร้านอาหาร
- พื้นที่ห้องอาหาร และครัว(ถ้ามี) ในเดือนที่ 5-6 ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่าเมื่อเทียบกับทีมอื่นๆ นอกจากจะคัดเลือกรับสมัครหัวหน้าพ่อครัว หรือเชฟ แล้ว ยังต้องประสานงานกับผู้ออกแบบพื้นที่และอุปกรณ์ในครัว เพื่อให้เชฟมาคิดค้นเมนู ทดลองปรุงอาหาร คำนวนต้นทุนอาหาร ตั้งราคาขาย ทดสอบรสชาติอาหารและรูปแบบการนำเสนออาหารบนภาชนะต่างๆ
- พื้นที่สวน และรั้วโดยรอบ เดือนที่ 7-8
- การติดตั้งระบบต่างๆ ทั้งระบบอินเตอร์เน็ท ระบบทีวี เคเบิ้ลทีวี ระบบสำรองไฟ ระบบน้ำร้อน น้ำเย็น ระบบกำจัดของเสีย ระบบสุขาภิบาล ระบบดูดควันในครัว การขนย้ายขยะจากภายในโครงการออกไปยังจุดรับขยะ

เมื่อก่อสร้างเสร็จ ก็ควรเผื่อเวลา "ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการทำความสะอาด" แต่เป็นเรื่องการกำหนด กฎกติกา รูปแบบต่างๆที่จะใช้กับพื้นที่ต่างๆภายในโรงแรม รวมทั้งรูปแบบและขั้นตอนการให้บริการของแต่ละทีม  ไปจนถึงการซักซ้อมอย่างเต็มที่ เหมือนกับซ้อมใหญ่ก่อนเปิดกิจการ ซึ่งควรใช้เวลาอย่างเต็มที่อย่างน้อย 1  เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าระบบต่างๆสามารถปฏิบัติการได้อย่างถูกต้อง ระบบการออกรายงานของส่วนงานต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายบัญชีที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขที่สำคัญของโรงแรม

หากเปรียบเทียบกับการปลูกบ้านเพื่อขาย เมื่อก่อสร้างบ้านตัวอย่างเสร็จเรียบร้อย ทำความสะอาด จัดทีมขายเพื่อเปิด pre-sale เชิญชวนลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมได้  function การใช้งานอาจไม่เรียบร้อย ใช้งานไม่ได้ ก็อาจเปิด pre-sales ได้ เพราะเป็นบ้านตัวอย่าง ลูกค้าเข้าใจว่าเป็นเสมือน showroom  แต่โรงแรม  ไม่มี pre-sale  มีแต่ soft opening ซึ่งความผิดพลาดก็ปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน  เพราะไม่ว่าจะ soft opening หรือเปิดขายจริง สิ่งที่เหมือนกันคือ ลูกค้าจ่ายเงินจริงเพื่อเข้าพัก  แปลว่า เกิดการซื้อขายจริง เกิดความคาดหวังจากภาพถ่ายที่ได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เกิดขึ้นแล้ว  ดังนั้น หากมาเข้าพักและการบริการติดขัด เกิดปัญหา แน่นอน ชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือของโครงการ ย่อมเสียหายตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ  การเยียวยา ถึงแม้จะทำได้ แต่ใช้เวลานาน

อยากฝากข้อคิดในเรื่องนี้ให้ผู้ประกอบการทุกท่านไว้เป็นข้อเตือนใจที่ต้องกาดอกจันทร์ไว้หลายๆดอก และขีดเส้นใต้ย้ำหลายๆเส้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

BOH1-01 : ทรัพย์สิน และหลังบ้านของโรงแรม

สำหรับโรงแรมที่พักขนาดเล็ก หลังบ้านจะช่วยจัดการงานอย่างไร? ผู้ประกอบกิจการขนาดเล็กถึงขนาดกลางมีข้อจำกัดด้านการลงทุนที่แตกต่างกัน แต่เราไม่ควรนำข้อจำกัดนั้นมาเป็นข้ออ้าง "การไม่ลงมือทำ" เพราะไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันแต่อย่างใด เราลองมาดูตัวอย่าง การทำทะเบียนทรัพย์สิน และจดบันทึกรายการเครื่องมือเครื่องใช้ ต่างๆของแต่ละแผนกกันว่า ทำไมจึงเป็นปัญหาและมักเป็นข้ออ้าง ข้อหลีกเลี่ยงของพนักงานแม้กระทั่งในระดับหัวหน้างานเองที่มักจะเลือกที่จะทำรายการนี้ในลำดับหลังๆ  ถ้าพบเห็นพนักงานที่มีลักษณะเช่นนี้ แนะนำให้พิจารณาทบทวนใหม่เพราะไม่ใช่คุณสมบัติของพนักงานฝ่ายบัญชีการเงินที่ดีแต่อย่างใด การทำทะเบียนทรัพย์สินและการจดบันทึกรายการซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ควรเริ่มลงมือทำตั้งแต่โครงการเริ่มก่อสร้างโดยแยกออกให้ชัดเจนระหว่างการก่อสร้าง การเตรียมการก่อนเปิด และเมื่อโรงแรมเปิดให้บริการ สำหรับโรงแรมที่ไม่ได้มีการสั่งซื้อระบบบันทึกข้อมูลด้านทรัพย์สินสำหรับแผนกบัญชี ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เราสามารถทำรายการจดบันทึกได้โดยจัดเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน จะจดบันทึกลงในสมุดและคั่นด้วยกระดาษแบ่...

ตอนที่ 2 - คิดให้เป็นเรื่องเดียวกัน

การสร้างโรงแรมที่พักใหม่ ทั้งการสร้างอาคารใหม่ หรือการปรับปรุงอาคารเก่า ควรสร้างกรอบแนวคิดหลักให้ครอบคลุมไม่เฉพาะแต่ตัวอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง แต่ควรตั้งต้นแนวคิดจากภาพรวมของโครงการทั้งหมดโดยกำหนดให้เป็นกรอบแนวคิดใหญ่ที่จะใช้เป็นหลักในการวางแนวคิดต่อไปยังส่วนต่างๆของโครงการ แนวคิดหลักที่อยากแนะนำให้อาจเริ่มต้นจาก 4 ด้านใหญ่ๆ ได้แก่ 1) ลักษณะคุณสมบัติของโครงการ หรือคล้ายๆกับ ลักษณะของแบรนด์นั่นเอง ลองนึกคำที่เราต้องการว่าเราต้องการให้โครงการของเรามีลักษณะหรือ character อย่างไร มีบุคคลิกแบบไหน ใช้คำสั้นๆ ไม่ต้องเป็นแบบบรรยายพรรณาโวหาร เพื่อให้กระชับเข้าใจง่าย 2) สินค้าและบริการ  เราจะมีอะไรบริการกับลูกค้าบ้าง มีห้องพัก ห้องอาหาร ร้านกาแฟและเบเกอรี่ มีสปา มีห้องออกกำลังกาย มีบริการที่จอดรถ มีบริการรับส่งจากสนามบิน เป็นต้น  และลองคิดคำว่า บริการที่เราต้องการจะให้แก่ลูกค้าเหล่านี้จะมีรูปแบบ ลักษณะอย่างไร เช่น บริการต้องไม่ยุ่งยาก ซ้ำซ้อน เพื่อให้ลูกค้าไม่หงุดหงิดกับขั้นตอนในการใช้บริการ เป็นต้น 3) อยากให้ลูกค้ามองเราในแบบไหน  ลองจินตนาการว่าเมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้ว เราอย...